สร้างเอเจนต์ AI ด้วย Copilot
Copilot คือผู้ช่วย AI จาก Microsoft ใช้โมเดลจาก OpenAI (ตระกูล GPT-5) ผสมกับโมเดลของ Microsoft เอง และตั้งแต่ปี 2026 เพิ่มโมเดล Claude จาก Anthropic สำหรับงานบางประเภท จุดแข็งไม่ใช่ตัวโมเดลเปล่า ๆ แต่คือการฝังตัวเข้ากับเครื่องมือที่ใช้งานประจำวัน Copilot อยู่ใน Word, Excel, Outlook, Teams และ Windows ตรงจุดที่งานเกิดขึ้นจริง
ด้านเอเจนต์ Microsoft เดินหน้าเต็มที่ผ่าน Copilot Studio เครื่องมือแบบ low-code ที่มีหน้าจอกราฟิกสำหรับสร้างเอเจนต์ AI ที่มีความจำต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับข้อมูลองค์กรผ่านแหล่งความรู้ และวางระบบทำงานหลายขั้นตอนที่ทริกเกอร์อัตโนมัติ องค์กรกว่า 230,000 แห่งทั่วโลกใช้ Copilot Studio สร้างเอเจนต์เฉพาะทางแล้ว ใน GPTPro ทดลองเอเจนต์รูปแบบเดียวกันเทียบกับ GPT, Claude, Gemini และ Mistral เพื่อดูว่าแนวทางของ Microsoft ตอบโจทย์ธุรกิจจริงแค่ไหน
- เทียบกับ GPT, Gemini และ Mistral
- ไม่ต้องเขียนโค้ด
- ทดลองใช้งานฟรี
ข้อดีของ Copilot สำหรับการสร้าง AI Agent
ฝังตัวอยู่ในเครื่องมือที่ใช้งานอยู่แล้ว
Copilot เขียนเอกสารใน Word วิเคราะห์ข้อมูลใน Excel สรุปการประชุมใน Teams จัดอีเมลใน Outlook เอเจนต์ไม่ใช่แท็บแยกต่างหาก แต่ทำงานในไฟล์ที่เปิดอยู่ พร้อมบริบทของเอกสารและบทสนทนาปัจจุบัน
สำหรับธุรกิจที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้ว นี่คือจุดขายหลัก ไม่ต้องเปลี่ยนวิธีทำงาน ข้อมูลอยู่ในระบบเดิม และเอเจนต์ที่เผยแพร่ผ่าน Copilot Studio เรียกใช้ได้ตรงจาก Teams หรือ Microsoft 365 Copilot
Copilot Studio: สร้างเอเจนต์อัตโนมัติโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
Copilot Studio ให้สร้างเอเจนต์ผ่านหน้าจอกราฟิก ใส่คำสั่งเป็นภาษาธรรมดา เชื่อมแหล่งความรู้ (SharePoint, Dataverse, Salesforce, ServiceNow) และตั้งทริกเกอร์อัตโนมัติ เอเจนต์ไม่ใช่แค่ตอบแชท แต่วางแผนและทำงานหลายขั้นตอนได้เองโดยไม่ต้องคอยสั่งทุกครั้ง
เอเจนต์แบบ computer-use ที่ควบคุมเว็บไซต์และแอปบนเดสก์ท็อปได้โดยไม่ต้องมี API พร้อมใช้งานแล้ว มีคลังเอเจนต์สำเร็จรูป (agent library) ครอบคลุมงานทั่วไป เช่น ซัพพอร์ตลูกค้า HR จัดซื้อ การเงิน ถือเป็นชุดเอเจนต์ที่ครบที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการรายใหญ่สำหรับทีมที่ไม่ใช่สายเทคนิค
ระบบกำกับดูแลระดับองค์กรในตัว
Microsoft มีศูนย์ควบคุมกลางสำหรับเอเจนต์ทั้งหมด ทั้งบันทึกรายการ สิทธิ์การใช้งาน นโยบาย DLP และตรวจสอบผ่าน Purview ฝ่าย IT อนุมัติหรือบล็อกเอเจนต์ได้จากศูนย์ผู้ดูแลระบบ Teams และ Microsoft 365
มาตรฐานความปลอดภัยเป็นไปตามกรอบ Microsoft 365 ข้อมูลอยู่ใน tenant ขององค์กร มีการบันทึกร่องรอยการทำงาน และควบคุมสิทธิ์ตามบทบาท (RBAC) สำหรับธุรกิจที่ต้องดูแลข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA และอยู่ในภาคที่มีการกำกับดูแลเข้มงวด ระดับการควบคุมนี้ช่วยได้จริง
ระบบนิเวศขนาดใหญ่ระดับโลก
ไตรมาสการเงินที่ 3 ของปี 2025 องค์กรกว่า 230,000 แห่ง รวมถึง 90% ของบริษัทใน Fortune 500 ใช้ Copilot Studio และมีการสร้างเอเจนต์เฉพาะทางมากกว่า 1 ล้านตัวในไตรมาสเดียว เพิ่มขึ้น 130% จากไตรมาสก่อน
ปริมาณขนาดนี้แปลว่ามีเอกสารประกอบจำนวนมาก มีเคสการใช้งานจริงให้ศึกษา และมีชุมชนผู้สร้างเอเจนต์ที่ยังคุยกันต่อเนื่อง สำหรับ SME ที่กำลังทำเอเจนต์ตัวแรก นี่คือหลักประกันที่ใช้ได้จริง
ทดสอบ Copilot กับงานจริงของคุณ แทนการดูเพียงผลคะแนนทดสอบ
ข้อจำกัดที่ควรทราบ
มูลค่าจริงขึ้นกับแพ็กเกจ Microsoft ที่ถืออยู่
Copilot เวอร์ชันแชตทั่วไปใช้ได้ฟรีแต่มีข้อจำกัดการใช้งาน ส่วนการเชื่อมต่อกับ Word, Excel และ Outlook ซึ่งเป็นจุดขายหลักในองค์กร ต้องมีสิทธิ์ Microsoft 365 Copilot ราคาประมาณ 1,000 บาทต่อผู้ใช้ต่อเดือน บนฐานที่ต้องมีไลเซนส์ Microsoft 365 อยู่แล้ว ส่วนเอเจนต์ระดับสูงใน Copilot Studio คิดค่าใช้จ่ายแบบ Copilot Credits ตามปริมาณการใช้งานจริง
ถ้าไม่ได้อยู่ในระบบ Microsoft อยู่แล้ว สมการนี้ไม่คุ้ม เพราะต้องจ่ายค่าการเชื่อมต่อกับเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้ คำนวณค่าไลเซนส์รวมกับปริมาณการใช้งานที่ประเมินไว้ พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ก่อนตัดสินใจ
ตัวโมเดลเปล่า ๆ ไม่ใช่ตัวที่ดีที่สุดเสมอไป
ให้คำสั่งเดียวกัน Copilot แบบแชตมักทำได้แพ้ GPT, Claude หรือ Gemini เมื่อใช้งานตรง ๆ ในงานเขียนยาว การวิเคราะห์ซับซ้อน หรือการเขียนโค้ด ชั้นของ Microsoft เพิ่มการเชื่อมต่อ ไม่ได้เพิ่มความฉลาดของโมเดล
ถ้าเอเจนต์ต้องเน้นคุณภาพผลลัพธ์เป็นหลัก (เนื้อหา การวิเคราะห์ สรุปข้อมูล) ควรเทียบโมเดลพื้นฐานก่อนเลือก Copilot เป็นค่าเริ่มต้น GPTPro ทำการเทียบนี้ได้ในไม่กี่นาที
โครงสร้างแพ็กเกจอ่านแล้วงง
Copilot ทั่วไป, Copilot Pro, Microsoft 365 Copilot, Copilot Chat, Copilot Studio, Copilot Credits, เอเจนต์ใน Dynamics 365 ชื่อเยอะและขอบเขตซ้อนกันไปมา
ต้นทุนรวมของการใช้เอเจนต์มักเห็นชัดตอนใช้งานจริงแล้ว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายแบบคิดตามปริมาณ แยกให้ชัดระหว่าง Agent Builder (ใช้ส่วนตัวหรือทีมเล็ก เรียบง่าย) กับ Copilot Studio (ระดับองค์กร เวิร์กโฟลว์ซับซ้อน กำกับดูแลโดยฝ่าย IT) ก่อนเลือกจุดเริ่มต้น
วิธีสร้าง AI Agent ด้วย Copilot
ขั้นที่ 1: ระบุการใช้งานจริงก่อนเลือกเครื่องมือ
ถ้าโจทย์คือทำงานตรงใน Word, Excel หรือ Teams ให้ใช้ Microsoft 365 Copilot ตามปกติ แต่ถ้าต้องการสร้างเอเจนต์ AI ที่ทำงานอัตโนมัติในกระบวนการธุรกิจ (ซัพพอร์ตลูกค้า, HR, จัดซื้อ) Copilot Studio คือจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง
ก่อนลงทุนซื้อไลเซนส์ ทดลองคุณภาพคำตอบได้ที่ GPTPro ซึ่งเข้าถึงโมเดลพื้นฐานตัวเดียวกัน (ตระกูล OpenAI) โดยไม่ต้องผูกกับสมาชิก Microsoft เทียบก่อน ตัดสินใจทีหลัง
ขั้นที่ 2: ตั้งค่าเอเจนต์ใน Copilot Studio
ใน Copilot Studio สร้างเอเจนต์ใหม่ด้วยภาษาธรรมดา บอกบทบาท กฎการตอบ และรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ เชื่อมแหล่งความรู้: SharePoint, Dataverse, เว็บไซต์ภายในองค์กร หรือคอนเนคเตอร์ภายนอกอย่าง Salesforce, ServiceNow
เพิ่มการทำงานผ่าน Power Automate เพื่อสั่งงานอัตโนมัติ เช่น สร้างทิกเก็ต ส่งอีเมล อัปเดตข้อมูลในระบบ กำหนดทริกเกอร์ให้ชัด เช่น มีข้อความเข้ามา มีนัดในปฏิทิน หรือมีการแจ้งเตือนจากระบบ
ขั้นที่ 3: ทดสอบ เผยแพร่ และกำกับดูแล
ทดสอบเอเจนต์กับเอกสารและสถานการณ์จริงของธุรกิจ ตรวจก่อนว่าคำตอบตรงกับแหล่งข้อมูลจริง (ไม่มีข้อมูลกุขึ้นเอง) ก่อนดูรูปแบบการตอบ ใช้แผงวิเคราะห์ใน Copilot Studio หาจุดที่เอเจนต์ตอบผิดบ่อย แล้วปรับคำสั่งให้แม่นขึ้น
เผยแพร่ไปที่ Teams หรือ Microsoft 365 Copilot ได้จากหน้า Copilot Studio โดยตรง ฝ่าย IT อนุมัติการใช้งานจริงผ่านศูนย์ผู้ดูแลระบบ เอเจนต์จะไปโชว์ใน Agent Store ภายในองค์กรให้พนักงานที่เกี่ยวข้องเรียกใช้
คำถามที่พบบ่อย
สร้างเอเจนต์ AI Copilot โดยไม่ต้องเขียนโค้ดทำอย่างไร
ใช้ Copilot Studio หน้าจอกราฟิกที่บอกบทบาทเอเจนต์เป็นภาษาธรรมดา เชื่อมแหล่งความรู้ (SharePoint, Dataverse, เว็บไซต์) และเพิ่มการทำงานผ่าน Power Automate ไม่ต้องเขียนโค้ดสักบรรทัดสำหรับงานทั่วไป ถ้าต้องการลองตรรกะของเอเจนต์ก่อนใช้งานจริง GPTPro ให้ตั้งค่าเอเจนต์แบบเดียวกันได้ในไม่กี่นาที
Agent Builder กับ Copilot Studio ต่างกันอย่างไร
Agent Builder เข้าถึงได้ตรงใน Microsoft 365 Copilot เหมาะกับใช้งานส่วนตัวหรือทีมเล็ก เช่น ผู้ช่วยจดสรุปการประชุม ส่วน Copilot Studio ทำเพื่อใช้งานระดับทั้งองค์กร รองรับเวิร์กโฟลว์ซับซ้อน ทริกเกอร์อัตโนมัติ คอนเนคเตอร์ภายนอก การกำกับดูแลโดยฝ่าย IT และเผยแพร่ผ่าน Teams หรือ Agent Store ภายในองค์กร
Copilot Studio สอดคล้องกับ PDPA หรือไม่
ข้อมูลที่ประมวลผลอยู่ใน tenant ของ Microsoft ที่องค์กรถืออยู่ ทำให้ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA พ.ศ. 2562 ได้ง่ายขึ้น Microsoft มีเครื่องมือตรวจสอบ (Purview) ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และนโยบาย DLP ให้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทความเสี่ยง การจัดทำเอกสาร การควบคุมโดยคนจริง และการแจ้งเจ้าของข้อมูลยังเป็นความรับผิดชอบขององค์กรที่นำเอเจนต์ไปใช้เอง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) แนะนำให้ประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งานระบบที่มีความเสี่ยงสูง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนนำไปใช้จริง
เอเจนต์ AI Copilot ราคาเท่าไร
Copilot Studio รวมอยู่ในไลเซนส์ Microsoft 365 บางแพ็กเกจ พร้อมโควตาข้อความต่อเดือน เกินโควตาคิดเพิ่มแบบ Copilot Credits ตามปริมาณ ส่วนการเข้าถึงเอเจนต์ใน Microsoft 365 Copilot (Teams, Outlook, Word) ต้องมีไลเซนส์ Microsoft 365 Copilot แยก ต้นทุนรวมขึ้นกับปริมาณข้อความ จำนวนผู้ใช้ และคอนเนคเตอร์ที่เปิดใช้ คำนวณให้ครบพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ก่อนตัดสินใจ
Copilot ใช้โมเดลอะไรทำงาน
Microsoft พึ่งพาโมเดลจาก OpenAI เป็นหลัก (ตระกูล GPT-5) เสริมด้วยโมเดลของตัวเอง และตั้งแต่ปี 2026 เพิ่มโมเดล Claude จาก Anthropic ในบางฟังก์ชันของ Microsoft 365 Copilot Copilot Studio ยังเปิดให้เลือกโมเดลอื่นผ่าน Azure AI ได้อีกจำนวนมาก จึงทดลอง GPT หรือ Claude ตรง ๆ ใน GPTPro ได้คุณภาพผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน โดยไม่ต้องผูกกับไลเซนส์ Microsoft
เชื่อมข้อมูล Salesforce หรือ ServiceNow เข้ากับเอเจนต์ Copilot ได้ไหม
ได้ Copilot Studio มีคอนเนคเตอร์สำเร็จรูปเชื่อมกับ Salesforce, ServiceNow และ Zendesk เป็นแหล่งความรู้ นอกเหนือจาก SharePoint, Dataverse และ Azure AI Search เอเจนต์เรียกข้อมูลจากแหล่งเหล่านี้แบบเรียลไทม์ผ่านเทคนิค RAG (retrieval-augmented generation) เพื่อตอบด้วยข้อมูลล่าสุดขององค์กร
ทดสอบ Copilot เปรียบเทียบกับโมเดลอื่น
GPTPro รวม Claude, GPT, Gemini, Copilot และ Mistral ไว้ในที่เดียว ตั้งค่า Agent ของคุณ เปรียบเทียบคำตอบ เลือกโมเดลที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทยมากที่สุด